Category: travel news

เขื่อนพระปรง

เขื่อนชลประทานที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสระแก้วโดยเป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นต้นน้ำห้วยพระปรงอันเป็นลำน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติปางสีดา ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติรายรอบ เขื่อนพระปรงจึงเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มาพร้อมกับ กิจกรรมความสุขหลากหลาย

หลวงพ่อโต วัดตาลเจ็ดยอด

วัดประจำหมู่บ้านตาลเจ็ดยอดที่มีชื่อเดียวกัน และคำว่าตาลเจ็ดยอดนั้นคาดว่าน่าจะมีที่มาจากต้นตาลเจ็ดยอด ที่ถูกตัดทิ้งไปในช่วงที่มีการสร้างทางรถไฟสายใต้เมื่อปีพ.ศ.2500 จุดเด่นของวัดนี้ที่แลเห็นมาแต่ไกล คือรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขนาดใหญ่ที่หล่อจากโลหะทองเหลือง ขนาดหน้าตักกว้าง 11 เมตร สูง 18 เมตร หนักถึง 50,000 กิโลกรัม

วนอุทยานปราณบุรี

เดิมเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยกำหนดพื้นที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า คลองคอย มีพื้นที่ประมาณ 1,984 ไร่ ประกอบด้วย ป่าชายเลน และมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ป่า ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็นวนอุทยานมีพื้นที่ 700 ไร่ อยู่ในความดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตเพชรบุรี (สำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 4 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช)วนอุทยานปราณบุรีมีหาดทรายขาวสะอาดร่มรื่นด้วยแนวสนทอดยาว 1 กิโลเมตร อยู่ทางด้านตะวันออกของอุทยานฯ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเล เกาะสิงห์โต เขาตะเกียบและเขาเต่า จุดที่น่าสนใจแวะเที่ยวชมได้แก่

วัดต้นแหลง

เพียงพิศวิหารทรงตะคุ่มหลังคาลาดต่ำของวัดต้นแหลงก็สัมผัสได้ถึงความคลาสสิกที่วัดนี้ยืนยงท้าทายกาลเวลามายาวนาน วัดต้นแหลงแห่งนี้เป็นวัดโบราณไทยล้านนา สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2127 นอกจากความโดดเด่นของตัววิหารที่มีหลังคาลาดต่ำซ้อนกันสามชั้น ผนังเจาะช่องหน้าต่างเล็ก ๆ เพื่อป้องกันความหนาวเย็นดูละม้ายบ้านเรือนดั้งเดิมของชาวไทลื้อแถบสิบสองปันนาแล้ว ภายในยังห่มคลุมด้วยบรรยากาศขรึมขลังโดยเฉพาะในยามแสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาจับต้ององค์พระประธานจากช่องประตูทางเข้าทางทิศตะวันออก ยิ่งทำให้ภายในวิหาร ดูมลังเมลืองน่าศรัทธา

พระที่นั่งไกรสรสีหราช

จากบันทึกของชาวฝรั่งเศสได้กล่าวถึงทำเลที่ตั้งพระที่นั่งไกรสรสีหราชไว้ว่า “เป็นที่เหมาะสมสำหรับมองท้องฟ้าได้ทุกด้านและมีพื้นที่กว้างมากพอสำหรับการติดตั้งเครื่องมือ” โดยบุคคลที่กล่าวประโยคนี้คือหนึ่งใน คณะฑูตชุดแรกที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งประเทศฝรั่งเศสส่งมาเจริญสัมพันธไมตรีพร้อมบาทหลวงเจซูอิตกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช